วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีการเชิงสัจพจน์

วิธีการเชิงสัจพจน์(Axiomatic  Method  or  Postulational  Method)
                        ในสมัยก่อนนักคณิตศาสตร์พบทฤษฎีบทต่าง  ๆ  จากการลองผิดลองถูก  หรือพบทฤษฎีบทจากกระบวนการเหตุผลเชิงสหัชญาณ  ที่ได้ข้อความคาดคะเนว่าอาจจะเป็นจริงแล้วพิสูจน์ว่าข้อความคาดคะเนเป็นจริงในภายหลัง  หรือ  นักคณิตศาสตร์อาศัยการคำนวณเฉพาะกรณี(special  Case)  ดังนั้นจึงปรากฏว่า  มีทฤษฎีบทบางทฤษฎีบทอาจจะไม่ถูกต้องสมบูรณ์  เนื่องจากยังไม่มีข้อพิสูจน์ยืนยัน
                การพิสูจน์โดยเหตุผลเชิงนิรนัย  ทำให้แน่ใจได้ว่า  ทฤษฎีบทนั้น  ๆ  ถูกต้อง  ตัวอย่าง  เช่น  ชาวอียิปต์สมัยโบราณมีความรู้ที่ได้จากปรุสบการณ์การทดลองว่า  ถ้ารูปสามเหลี่ยมที่มีความยาวด้านเป็น 3 , 4 และ  5  แล้ว  จะได้ผลว่ารูปสามเหลี่ยมนั้นเป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก  ต่อมาชาวกรีกโบราณก็สามารถพิสูจน์เป็นทฤษฎีบทได้ว่า  ถ้ามีรูปสามที่มีความยาวของด้านเป็น a , b, c    หน่วย  โดยเงื่อนไขว่า  ผลบวกของ a2  กับ  b2   เท่ากับ c2  แล้วจะได้ผลว่า  รูปสามเหลี่ยมนั้นเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก  ซึ่งถ้าใช้เหตุผลเชิงอุปนัยก็ต้องหาตัวอย่างของรูปสามเหลี่ยมจำนวนนับไม่ถ้วน  มาแสดงความจริงข้อนี้
                นักคณิตศาสตร์พยายามสร้างระบบที่ถูกต้องตามหลักเหตุผลขึ้นมาจากความต้องการนี้  จึงเห็นว่าในการที่จะให้ระบบที่สร้างขึ้นถูกต้องสมบูรณ์  ก็ต้องมีความเข้าใจร่วมกัน(Mutually  Understanding)  หรือมีความเข้าใจตรงกันต่อความหมายต่าง  ๆ  เป็นต้นว่า  ความหมายของคำ  หรือ  พจน์(Term)  หรือสัญลักษณ์ต่าง  ๆ  ที่ใช้  ตลอดจนข้อตกลงขันมูลฐาน(Axiom  ,  Postulate, Assumption)  หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งเป็นศัพท์ทางวิชาการว่า  สัจพจน์  แล้วจึงเกิดทฤษฎีบทต่าง  ๆ  ขึ้นระบบที่นักคณิตศาสตร์ว่าถูกต้อง  จึงเกิดเป็นโครงสร้างทางคณิตศาสตร์(Mathematical  Structure)  หรือ  ระบบคณิตศาสตร์(Mathematical  System)

                องค์ประกอบของโครงสร้างทางคณิตศาสตร์มีดังนี้

                        1.พจน์อนิยาม(Undefined  Term)  หรือพจน์ที่ไม่ต้องให้คำจำกัดความ
                        2.พจน์นิยาม(Defined  Term)  หรือพจน์ที่ให้คำจำกัดความ
                        3.สัจพจน์  หรือ  ข้อตกลงขั้นมูลฐาน
                        4.ทฤษฎีบท
                        ในที่นี้จะกล่าวถึงองค์ประกอบของโครงสร้างทางคณิตศาสตร์แต่ละอย่าง  พอเป็นพื้นฐานให้เกิดความเข้าใจเท่านั้น
                        1.พจน์อนิยาม
                        อาจจะมีบางคนเข้าใจว่า  พจน์หรือคำต่าง  ๆ  ทุก  ๆ  คำ  ควรให้เป็นคำจำกัดความได้  โดยอธิบาย  พจน์นั้นมีความหมายว่าอย่างไร  ตัวอย่าง  เช่น  ต้องการให้คำจำกัดความของคำว่า”ญาติ”
สังเกตได้ว่า  การให้คำจำกัดความของคำ  ๆ  หนึ่งนั้น  ได้เกิดการวกเวียนกลับมาใช้คำเดิมในการอธิบายความหมายอีก  เพราะภาษาที่ใช้พูดประจำวันมีคำพูดอยู่จำกัดอยู่จำนวนหนึ่ง  ถึงแม้จะมีคำพูดมากมายเพียงใดก็ตาม  ก็นับว่ามีอยู่อย่างจำกัด  ดังนั้นนักคณิตศาสตร์จึงสร้างระบบเหตุผลหรือโครงสร้างทางคณิตศาสตร์โดยให้มีคำบางคำ  หรือพจน์บางพจน์  เป็นพจน์ที่ไม่ต้องให้คำจำกัดความ  แต่ต้องทราบความหมายให้ตรงกัน
                        ในทางคณิตศาสตร์ก็มีบางคำที่ไม่สามารถอธิบายความหมายได้  เช่นคำว่า  จุดเส้น  แต่คำทั้งสองนี้เรารูจักและคุ้นเคยกันมาแล้ว  หรือสร้างความคุ้นเคยให้เกิดขึ้นได้
                พจน์ซึ่งไม่สามารถนำคำอื่นมาอธิบายได้  จึงเรียกว่า  พจน์อนิยาม  หรือเรียก สั้น  ๆ  ว่า  อนิยาม
                        ตัวอย่างพจน์ที่เป็นอพจน์นิยาม  เช่น  ถูก  ผิด  จริง  เท็จ  มาก  น้อย  พอดี  รัก  ชอบ  น่าเกลียด  ชัง  อยู่ใน  เป็นสมาชิก  เซต  เป็นต้น
                        2.พจน์นิยาม
                          คำหรือพจน์ที่สามารถนำคำอื่นมาอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายโดยไม่เกิดการวกเวียน  ก็จะเป็นคำหรือพจน์ที่ให้คำจำกัดความได้  จึงเรียกคำที่ให้คำจำกัดความได้นี้ว่า   พจน์นิยาม  และต้องไม่ลืมว่าคำบางคำเท่านั้นที่สามารถกำหนดพจน์นิยามได้
                        การกำหนดพจน์นิยามควรยึดหลักดังนี้
                            ก.พจน์นิยามที่ดีควรระบุคุณสมบัติที่ทำให้เข้าใจง่าย
                            ข.พจน์นิยามที่ดีควรมีความรัดกุม 
                            ค. พจน์นิยามที่ดีควรจะใช้คำ  พจน์อนิยาม  หรือคำที่เคยให้บทนิยามมาแล้ว
                            ง.คำหรือพจน์อันหนึ่ง  ควรกำหนดพจน์นิยามเพียงอย่างเดียว
                            จ. พจน์นิยามที่ดีต้องเป็นเงื่อนไขไปกลับ(Bicondition    หรือ   Equivalance)
ในรูป  p«q
    ฉ. พจน์นิยามที่ดีไม่ควรจะมีข้อโต้งเถียงซึ่งทำให้เกิดการขัดแย้งได้
    ช.ไม่ควรกำหนดพจน์นิยามขึ้นมาแล้วไม่เคยนำมาใช้ในระบบเลย
    ซ. พจน์นิยามที่ดีเมื่อกำหนดแล้วก็ต้องบอกได้ว่า  สิ่งใดเป็นไปตามพจน์
นิยามนั้น  หรือสิ่งใดไม่เป็นไปตามพจน์นั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น